ฉันโดนรถชนตอนอายุ3ขวบ
โชคดีที่รถไม่ได้ขับเร็ว ถึงแม่บอกว่าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรแต่ฉันก็สลบไปเกือบวัน
ต่อมาฉันเข้าโรงเรียนอนุบาลเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเหมือนแม่จะพูดอะไรบางอย่างก่อนไป
ฉันเอียงหูซ้ายเข้าไปใกล้กว่าปกติ...
ทุกครั้งที่มีใครพูดด้วยฉันต้องทำเช่นนี้อยู่ตลอดเวลาจนพ่อกับแม่เริ่มแปลกใจ
แม่ปิดหูขวาแล้วพูด ฉันก็พูดตาม พอเปลี่ยนไปปิดหูซ้าย...
ฉันกลับไม่ได้ยินที่แม่พูด...
ฉันตอบแม่ไม่ได้...
แม่พาฉันไปตรวจการได้ยินหลายโรงพยาบาล ทดสอบโต้ตอบกับหมอ เจาะเลือดไม่รู้กี่สิบครั้ง
ผลการตรวจพบว่าประสาทการได้ยินของฉันเสียไป1ข้าง...
เหลือแค่หูข้างซ้าย
สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด อาจเป็นเพราะได้รับความกระทบกระเทือนที่โดนรถชน
ฉันไม่รู้ว่าพ่อกับแม่เสียใจขนาดไหน....
อาจเป็นเพราะความเป็นเด็กทำให้ฉันยอมรับสภาพนั้นได้อย่างง่ายดาย
ทุกครั้งที่ไปเรียนฉันต้องใส่เครื่องช่วยฟังตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเดินไปไหนก็มีแต่คนมอง
ฉันเป็นเด็กหัวช้า ไม่ค่อยตอบสนอง พูดไม่ชัด คนอื่นที่ไม่เข้าใจจึงพาลเบื่อที่จะคุยกับฉัน
แน่นอนว่ามันเป็นปัญหากับการเรียนของฉันด้วย โดยเฉพาะเวลาเขียนหนังสือตามคำบอกของอาจารย์ ถ้าฉันไม่ได้อ่านริมฝีปากฉันก็จะไม่แน่ใจว่าอาจารย์พูดอะไร
ฉันดูเหมือนแปลกแยกจากเด็กคนอื่น
ด้วยเหตุนี้ฉันจึงชอบวาดรูปอยู่คนเดียวแทนที่จะออกไปเล่นเหมือนคนอื่นๆ
ฉันกลายเป็นเด็กเก็บตัว มีโลกส่วนตัวและไม่ใส่ใจกับสิ่งรอบข้าง ไม่รู้สึกยินดียินร้ายยามที่ได้ทำความรู้จักหรือพูดคุยกับใคร เหมือนกับต้องการหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย
มันกลายเป็นนิสัยเสียที่ทำให้ฉันปรับตัวเข้าหาคนอื่นได้ยาก
แต่แล้ววันหนึ่ง....
ขณะที่ฉันกำลังวาดรูปอยู่เงียบๆ
มีคนเข้ามาคุยด้วย
ฉันก็ยังคงนิสัยเสียถามคำตอบคำตลอดเวลา
แต่เธอคนนั้นก็ไม่โกรธ...
แถมยังชมรูปที่ฉันวาดเสียอีก
to be continued







