ห้า ห้า ห้า(หัวเราะทำไมฟระ-*-)
เพิ่งดูมิวสิค อนิเมชั่นมาหมาดๆ มันทำให้ไฟลุกโชน
เพลงของUtada Hikaru
เห็นแล้วอยากทำมั่ง ที่เราเรียนfilmก็เพื่ออนิเมชั่นโดยเฉพาะเลยนะนี่ ตอนสัมภาษณ์ก็ตอบไปว่าจะทำอนิเมชั่น จนอาจารย์จำได้ 555+
จะว่าไปเท่าที่เคยดูอนิเมชั่นคนไทยมีแต่3Dแฮะ แต่เราไม่ค่อยชอบอ่ะ ชอบ2Dมากกว่า(แต่ก็ไม่ได้เกลียด3Dนะ)
เรื่องนาค เราเคยดูตัวอย่าง แอบสงสัยสัยว่าทำไมมันแปลกๆ ที่แท้ ไม่มีเสียงแอฟเฟคนี่เอง หมายถึงแอฟแฟคแบบ พลั่ก! ปึก! อะไรประมาณนั้น แต่พระพุทธเจ้าไม่ทันได้ดู ออกจากโรงไปก่อนซะนี้ เสียดาย...
รุ่นพี่ก็แนะนำว่าถ้าอยากเอาดีทางด้านอนิเมชั่นก็ควรจะหัด3Dไว้ด้วย เดี๋ยวนี้ถ้าจะไปทำงานด้านนี้ถึงคุณจะวาดรูปเก่งเทพแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีความสามารถด้านนี้ เขาก็ไม่รับคุณเข้าทำงานหรอก(เคยมีรุ่นพี่โดนมาแล้ว)
ช่วงนี้เราเลยต้องดูโปรแกรมสอนทำมายา นั่งเรียนเอง เหอๆ(ได้ข่าวว่ายังไม่ได้เปิดดูสักแผ่น)
ทำไมนั่งเรียนเอง? เราถามความเห็นจากเพื่อนเซียนคอมพิวเตอร์มาว่าเรียนพวกนี้อ่ะ เรียนที่ไหนดี
มันตอบว่า"เรียนทำไมให้เสียตังค์" เรียนเอาเองดิ ทำไม่ได้ก็เข้าไปที่Help ช่วยได้มากกว่าที่เรียนอีก ง่ะ=_="
คนเก่งคอนเฟิร์มมาตั้ง2คน พวกนั้นนั่งดูโปรแกรมสอนเอง เปิดหนังสือเอง ทดลองเอง
แต่....ระดับสมองมันไม่เท่ากันนะเว้ยเฮ้ย พวกแกฉลาดแต่เราโง่ หนังสือคอมพิวเตอร์กว่าจะอ่านรู้เรื่องแต่ละที แทบจะเขวี้ยงทิ้ง-*-
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ต้องลองกันสักตั้งแหละนะ โง่ก็ให้มันรู้ไป...
เข้าไปเช็คเกรด....แหะ...ตามคาด ดีนะที่ยังเกาะ3ไว้ได้(แต่มันค่อยๆลดลง
)
เข้าไปดูตารางสอนปี2 วิชาAesthetics
วิชาอะไรฟระ....ไปดูรายละเอียด....แม่เจ้า!!!! สุนทรียศาสตร์!!!!
เรากลัววิชานี้อย่างแรง เพราะเรียนแล้วคุณจะกลายเป็นอ.เฉลิมชัย เวนแล้ว ทำไมเด็กFilmต้องเรียนด้วยเนี่ย มันเรียนเพื่ออะไร?เราเลยไปหาอ่านดูคร่าวๆ เป็นวิชาว่าด้วยความงาม ให้คนเราตัดสินได้ว่าอะไรงาม อะไรไม่งาม โอ้....ยิ่งเกลียดหนักกว่าเดิม-*-
ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย ให้ตายสิ อะไรงาม อะไรไม่งาม ใครเป็นคนกำหนด?
ต้องเรียนปั้นด้วย...ท่าทางน่าสนุก ขอแบบTim Burtonได้ไหม(รายนั้นก็เกินไป ตัวละครขาลีบเหมือนจะยืนไม่ได้)
เวลามีคนถามว่าความฝันเราคืออะไร...เราก็ตอบว่าทำอนิเมชั่น...
ส่วนใหญ่มักจะมีปฏิกิริยาแนวเดียวกันคือ มันจะไปทำอะไรกินได้
เคยคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนเอกวรรณกรรมเด็ก มันก็โดนเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน
เวนกำ...นี่คนเรามันแคบกันได้ขนาดนี้เลยเรอะ โอเคพวกคุณอาจจะไม่เข้าใจเกี่ยวกับอาชีพสายนี้ก็ได้ เราไม่ถือ
(งานศิลปะในประเทศนี้มันคงจะขายได้ยาก เพราะมันไม่ใช่ปัจจัย4 ไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ถ้าขาดไปก็มืดมนน่าดู มันคงไม่มีความสุขอ่ะนะ ถ้าในชีวิตนี้ไม่มีสิ่งสวยงาม คอยจรรโลงจิตใจ)
ถ้าให้เทียบกัน วงการการ์ตูนไทยช่วงนี้มีการพัฒนา มีผู้คนให้ความสนใจและเริ่มเห็นความสำคัญ
แต่สิ่งที่เรายังไปไม่ถึงคือ การใช้การ์ตูนเป็นสื่อในการสร้างชาติ
อันนี้หมายถึงเนื้อหาของการ์ตูนนะ สังเกตนะคะว่าการ์ตูนญี่ปุ่นมักจะมีการสอดแทรกสิ่งเหล่านี้ลงไปอย่างแนบเนียน(ในขณะที่ผู้ใหญ่บ้านเรายังเห็นว่าการ์ตูนไร้สาระ)
ไม่เชื่อลองนึงถึงประโยชน์หรือข้อคิดที่ได้รับจากการ์ตูนเหล่านั้นดูก็ได้ มันมีอะไรมากกว่าความสนุกสนานเพลิดเพลินเสียอีก(ขนาดการ์ตูนบวมๆอย่างคุโรมาตี้กับกินทามะยังมีเลย)
บางทีการหยิบยกความจริงมาเล่าเรื่องอย่างแนบเนียนมันก็กลายเป็นเรื่องน่าสนุกได้ แต่เราก็ต้องรู้จักพลิกแพลงบ้าง เน้นจิตวิทยาบ้าง
คนไทยจะอ่อนเรื่องเนื้อหา research(ไม่ว่าจะหนังหรือการ์ตูน) หรือบางทีก็ไม่กล้าพอ
นี่เป็นความเห็นของเรา+เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ผู้ใหญ่ที่ทำงานสายเดียวกันอ่ะนะ อาจมีอะไรมากกว่านี้ที่เราพูดไม่หมด
ปล.ถึงเพื่อนๆสายศิลป์ทั้งหลาย อย่างเพิ่งท้อใจไป สู้ๆ เราจะสู้ไปด้วยกัน
















