เสียงดังของนาฬิกาบ่งบอกถึงเวลาตี3
ผมยังคงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ จ้องมองภาพที่ผมวาดอย่างไม่ละสายตา ปลายพู่กันที่ปรากฎบนหน้าจอสี่เหลี่ยมยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วภาพทั้งหมดก็ถูกลบหายไปอีกครั้ง
ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า...
ผมทำอะไรอยู่?
จู่ๆมีเสียงสุนัขดังมาจากข้างนอก มันหอนต่อกันเป็นทอด ท่าทางจะไม่หยุดง่ายๆเสียด้วย
ผมผละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อไปปิดหน้าต่าง
แมลงสีดำ บินผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องของผมอย่างรวดเร็ว
มันบินว่อนอย่างไม่มีทิศทางจนมองตามแทบไม่ทัน
นี่มันผีเสื้อนี่นา
ผมรู้ได้ทันทีที่มันหยุดเกาะที่หมอนบนเตียงนอนของผม พลางรู้สึกโล่งใจที่มันไม่ใช่แมลงสาบหรืออะไรเทือกนั้น ผมรีบปิดหน้าต่างแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆมันเพื่อสังเกตให้แน่ใจ
งดงามเหลือเกิน...
ลวดลายสีฟ้าเลื่อมเขียวที่คดเคี้ยวไปมาอย่างไม่เป็นระเบียบบนแผงปีกสีดำนิลนั่น
ทำให้รู้สึกถึงความลึกลับที่น่าหลงใหลราวกับต้องมนต์
ในที่สุด ผมก็รู้แล้วว่าควรจะวาดภาพอะไร
แต่จะทำอย่างไร ไม่ให้มันบินหนีไปล่ะ?
ผมรีบตะครุบมัน แล้วครอบไว้ด้วยแก้ว
แล้วจึงเริ่มสเก็ตช์ภาพ...
พี่ใจร้าย
ดูสิ มันตายแล้ว
เช้านี้ น้องสาวก็เข้ามาวุ่นวายในห้องของผมอีกจนได้
ช่วยไม่ได้นี่ พี่ต้องใช้มันเป็นแบบ
แล้วปกติชีวิตผีเสื้อมันก็สั้นอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องตาย
น้องผมหันมามองด้วยสีหน้าบึ้งตึง
ดูพี่พูดเข้าสิ
แล้วเธอก็เดินออกไป ผมเอื้อมมือหยิบแก้วที่ครอบออก พลางเอามือช้อนมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง น่าเสียดาย ที่สิ่งสวยงามนี้ช่างบุบสลายได้อย่างง่ายดาย
ถ้าฉันไม่วาดภาพของเจ้า ก็คงไม่มีใครได้รับรู้ถึงความงดงามของเจ้าอีกตลอดไป
ผมจุมพิตที่ปีกบางๆอย่างแผ่วเบา

















